ข้อเสนอแนะ ทำอย่างไรจึงจะดึงดูดผู้มาสมัครงาน

 

ข้อเสนอแนะ ทำอย่างไรจึงจะดึงดูดผู้มาสมัครงาน

 

 

ข้อเสนอแนะ ทำอย่างไรจึงจะดึงดูดผู้สมัครให้มาสัมภาษณ์งานกับเรา โดย Paniti P

 

       ผู้ทำบันทึกขึ้นหัวข้อนี้ก็เพราะเห็นว่าหลาย ๆ ท่านประสบปัญหาว่า เมื่อประกาศรับสมัครงานแล้ว มีผู้สมัครให้ความสนใจส่งใบสมัคร

ทั้งทางจดหมายและทางอีเมล์เข้ามามากมาย แต่พอเวลาให้มาสัมภาษณ์กลับไม่มาทั้ง ๆ ที่บางรายยืนยันการรับนัดแล้ว พอถึงเวลากลับ

ไม่มาก็ยังมี

 

       ผู้ทำบันทึกขอเสนอแนะการแก้ไขจากภายในองค์การ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าจะปรับปรุงได้ง่ายและเร็วกว่าเช่นเคย เขียนจากประสบการณ์และความรู้สึกนะครับ สำหรับผู้ทำบันทึกความมีชื่อเสียงขององค์การไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะทุกที่มีก็มีข้อจำกัดในเรื่องปริมาณการรับพนักงานอยู่แล้วผมมองว่าการสื่อสารระหว่างองค์การกับผู้สมัครต่างหากที่น่าจะเป็นประเด็นหลักผู้ที่ได้รับมอบหมายให้สื่อสารในที่นี้ส่วนใหญ่ก็คือฝ่าย HR นั่นแหละที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความรู้สึกให้ผู้สมัครอยากมาสัมภาษณ์กับองค์การของเรา

 

       ที่นี้จะทำอย่างไรที่จะสื่อสารซึ่งก็คือการใช้โทรศัพท์นั่นแหละผู้ทำบันทึกมองว่ามีความสำคัญมาก ๆ เพราะจะเป็นเหตุถึงขั้นให้ผู้สมัครงานตัดสินใจว่าจะมา หรือไม่มาดีและจะขอพูดรวมไปถึงขั้นตอนที่เมื่อผู้สมัครมาแล้ว จนสัมภาษณ์เสร็จจะกลับเพื่อให้ครบถ้วน และจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์การได้เป็นอย่างดีขอเสนอให้พิจารณาดูดังนี้

 

       1. คำพูดที่ใช้ เคยเห็นใน web hrcenter นี้บ่อย ๆ เลยขอมายกตัวอย่างประกอบ เช่น “เรียกมาสัมภาษณ์” กับ “เชิญมาสัมภาษณ์”

สองคำนี้วัตถุประสงค์เหมือนกันแต่การสื่อออกไปให้ความหมายต่างกันมากทีเดียวผู้สมัครก็คือบุคคล ๆ หนึ่งที่เห็นประกาศโฆษณารับสมัครงาน

ของเราและเห็นว่าตัวเขามีคุณสมบัติเพียงพอจึงส่งเอกสารสมัครงานมาให้เราพิจารณาเขามีความรู้ความเข้าใจในองค์การของเราน้อยดังนั้นการสื่อสารเมื่อแรกเริ่มจึงเป็นการสร้างภาพที่ดีให้เกิดขึ้นในใจเขา ใช่ไหมครับอยากให้ใช้ใจตัวเราเองสมมติว่าเป็นตัวผู้สมัคร แล้วตอบตัวเอง

ดูนะครับว่าชอบคำพูดแบบไหน

 

       2. การนัดหมาย ส่วนมากจะนัดแล้วนั่งรอเลย มา-ไม่มา ขอลุ้นเอาในวันสัมภาษณ์เลย ถ้าผู้สมัครไม่มาก็แจ้งผู้สัมภาษณ์ว่า “นัดแล้ว

ไม่มาค่ะ/ครับ” ง่ายดีใช่ไหมครับ ความผิดเป็นของผู้สมัคร แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่งว่า หากเกิดซ้ำ ๆ บ่อย จะมีคำถามจากผู้สัมภาษณ์ว่า “แล้วคุณคิดหาทางแก้ปัญหานี้อย่างไร” คุณนั่นแหละจะเป็นผู้เสียหายเอง ขอเสนอว่า ถ้าเราแค่เพิ่มการโทรศัพท์อีกสักครั้งในช่วงใกล้วันนัดสัมภาษณ์ นอกจากจะเป็นการยืนยันการนัดหมายซ้ำแล้ว ยังแสดงถึงความใส่ใจในตัวผู้สมัคร อีกทั้งยังพอตอบคำถามผู้สัมภาษณ์ในข้างต้นได้อีกใช่ไหมครับ(ควรจดวัน-เวลาที่โทร.ไว้เป็นหลักฐานด้วย) อีกทั้งเราเองยังมีเวลากลับตัวหากผู้สมัครท่านนั้นจะไม่มา ก็ยังสามารถเชิญผู้สมัครลำดับรองลงไปได้อีกด้วย จะได้ไม่เสียเวลาผู้สัมภาษณ์ ไม่น่ายากเกินไปใช่ไหม

 

       3. น้ำเสียงระหว่างการติดต่อ, คำพูดที่ฟังดูดี น้ำเสียงที่หวาน นุ่ม ชวนฟัง เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งในการใช้ดึงดูดผู้สมัคร ของแบบนี้

ฝึกกันได้นะครับ และยิ่งหากสามารถให้ข้อมูลขององค์การ สวัสดิการที่ให้พนักงานอย่างคร่าว ๆ หรือข้อมูลที่เป็นจุดเด่นขององค์การ และทั้งนี้ต้องเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นเท็จนะครับ

 

       อนึ่ง คนที่พูดห้วน ๆ หรือ ขาดทักษะของการให้บริการ ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะให้มาทำงาน ณ จุดนี้

 

       4. การแนะนำเส้นทาง เพื่อการเดินทางมาสัมภาษณ์ของผู้สมัคร การช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ก็จะเป็นประโยชน์

ทั้งผู้สมัครและองค์การด้วยอีกประการหนึ่ง

 

       5. การให้การต้อนรับ ควรเริ่มกันตั้งแต่ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย(เมื่อแลกบัตรเข้ามา), เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ (การให้การต้อนรับ ระหว่างนั่งรอ), แม่บ้าน(กาแฟสักแก้ว หากประหยัด น้ำสักแก้วก็จะเป็นพระคุณยิ่งแล้ว) เจ้าหน้าที่บุคคลที่ทำหน้าที่ให้กรอกใบสมัครและทดสอบ(ถ้ามี) และการให้คำชี้แจงเรื่องที่จำเป็นแก่ผู้สมัคร ทั้งหมดที่กล่าวมาควรอบรมให้มีความรู้ในข้อมูลของบริษัท พร้อมรอยยิ้ม

แนบด้วยเสมอ นอกจากจะเป็นการแสดงความมีน้ำใจ ยังเป็นตัวบอกอุณหภูมิในองค์การของคุณได้อีกด้วย

 

       6. สถานที่ที่ให้ผู้สมัครกรอกใบสมัคร ควรเป็นที่มิดชิดพอควร และหากตกแต่งให้ดูดีด้วยก็จะเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี หากไม่มีจริง ๆ ก็กรอกใบสมัครตรงหน้าโต๊ะเราที่แหละ และควรขอโทษเขาเล็ก ๆ ที่ทำให้ไม่สะดวก จะมีความรู้สึกเข้าใจและให้อภัยจากผู้สมัคร เมื่อเขาได้ยินคำขอโทษ สิ่งหนึ่งที่ต้องใส่ใจมาก ๆ คือสถานที่ต้องดูสะอาด

 

       7. สถานะของผู้สมัคร ถ้ามีผู้สมัครงานในตำแหน่งระดับสูง ๆ ควรที่ระดับ supervisor หรือผู้จัดการจะไปต้อนรับเอง ถือเป็นการ

ให้เกียรติผู้สมัครอีกทางหนึ่ง อย่าให้พนักงานระดับเจ้าหน้าที่ไปต้อนรับเด็ดขาด

 

       8. แสดงความขอบคุณที่สละเวลามา ควรทำเป็นให้เป็นธรรมเนียม การเดินมาส่งและกล่าวขอบคุณ ยอมสละเวลาเพียงเล็กน้อยและคำพูดอีกสองสามคำจะสร้างความประทับใจให้กับผู้สมัครได้เป็นอย่างดี

 

       9. พาหนะรับ-ส่งหรือค่าพาหนะ บางครั้งหากสถานที่ตั้งของเราอยู่ห่างไกลออกไป การเดินทางไม่ค่อยสะดวก การจัดรถไปรับ ณ จุดที่กำหนดในเวลามา และกลับออกไป ก็เป็นอีกหัวข้อหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นผู้สมัครให้มาสัมภาษณ์งานกับเรา ผู้ทำบันทึกเองเคยทำงานอยู่ที่หนึ่งซึ่งกำหนดไว้เลยว่า หากเชิญผู้สมัครมาจากต่างจังหวัดจะมีเงินช่วยเหลือเป็นค่าเดินทางให้จำนวนหนึ่ง

 

       10. การแจ้งผล ข้อนี้สำคัญมาก ลองนึกถึงจิตใจของผู้สมัครว่าเมื่อเสียเวลามาสัมภาษณ์แล้วย่อมต้องอยากรู้ผล ธรรมชาติของคนเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว การแจ้งผลทำได้หลายวิธี เช่นการแจ้งผลทางจดหมาย, การแจ้งทางโทรศัพท์ การแจ้งผลทาง e-mail สมัยนี้องค์การส่วนใหญ่ไม่ค่อยทำกัน มักจะใช้วิธีเงียบ ถือเป็นการรับรู้โดยปริยายว่าผู้สมัครไม่ได้งานที่นี่แล้วนะ ลองแจ้งผลดูสิครับ สำหรับผู้สมัครทุกท่าน

ผมว่ามันจะเป็นผลบวกให้แก่องค์การของคุณได้เป็นอย่างดี

 

       บทสรุป การดึงดูดผู้สมัคร โดยการสร้างความรู้สึกดี ๆ ซึ่งในช่วงแรก ๆ จะเป็นการใช้โทรศัพท์ซึ่งจะได้ยินแต่เสียงเสียงบ่งบอกความรู้สึกได้ให้เขารู้สึกว่าเขาได้รับเกียรติ จะทำให้เขาอยากมาสัมภาษณ์ทั้งหมดที่กล่าวมา หากมองภาพรวมจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องของ การสื่อสารเน้นไปที่ผู้ที่มีหน้าที่ติดต่อกับผู้สมัครงาน การให้บริการ และ ความมีน้ำใจอย่าหลงลืมคำว่า “ใจเขา ใจเรา” และควรเข้าใจด้วยว่า การบอกต่อ ของผู้สมัครเกี่ยวกับองค์การของเราคือ การประชาสัมพันธ์ ทางหนึ่งที่มีผลต่อภาพลักษณ์ขององค์การเป็นอย่างยิ่ง

 

 

 

 

Credit : www.hrcenter.co.th

Post By : www.Lionjob.com

 1835
ผู้เข้าชม

โปรโมชั่น

ลูกค้า สมัครสมาชิกวันนี้ ได้สิทธิ์ลงประกาศตำแหน่งงาน ฟรี 1 เดือน
1431 ผู้เข้าชม
ผู้ประกอบการที่ประกาศรับสมัครงานผ่าน Lionjob.com จะได้รับสิทธิพิเศษห้องพักวิมานน้ำ รีสอร์ทตาม Package ที่เลือก
1208 ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์